บลินด์ รับเป็นห่วงอีริคเซ่น เพราะตนเคยผ่านมาก่อน

บลินด์ รับเป็นห่วงอีริคเซ่น เพราะตนเคยผ่านมาก่อน

บลินด์ รับเป็นห่วงอีริคเซ่น เพราะตนเคยผ่านมาก่อน :: ดาลี่ย์ บลินด์ ดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ คริสเตียน อีริคเซ่น มีผลกระทบกับเขาอย่างมาก ทั้งการเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีม และปัญหาด้านหัวใจที่ตัวเองประสบอยู่เช่นกัน

ย้อนกลับไปในช่วงปลายปี 2019 อดีตนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกตรวจพบว่าเขามีอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และต้องเข้ารับการผ่าตัดและพักรักษาตัวโดยมีการติดตั้งอุปกรณ์ช่วยกระตุ้นหัวใจคอยติดตามอาการด้วย

หลังเกมที่เนเธอร์แลนด์เฉือนชนะยูเครนแบบสุดมัน 3-2 ซึ่ง บลินด์ เป็นตัวจริง และโดนเปลี่ยนออกในนาทีที่ 64 เขาเผยว่ามีความคิดที่จะปฏิเสธการลงสนามอยู่เหมือนกัน เพราะเหตุการณ์ที่ อีริคเซ่น ล้มฟุบในสนามเมื่อวันเสาร์

“เกมเมื่อวานนี้มีอิมแพ็คต์กับผมมากเลย นอกจากความจริงที่ผมรู้จักกับ คริสเตียน ที่เป็นเพื่อนผมอย่างดี สถานการณ์ของเขามันเลวร้ายมาก แน่นอนผมเองก็เคยประสบบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นผมต้องกระโดดข้ามเรื่องทางจิตใจเพื่อจะลงสนาม” บลินด์ ผู้ที่เดินออกจากสนามทั้งน้ำตาให้สัมภาษณ์กับ NOS

“ผมมีปัญหากับมันมากเลยนะ แต่ผมภูมิใจที่ผมออกไปลงเล่น จากนั้นอารมณ์ทั้งหมดมันก็พรั่งพรูออกมา

“ผมมีคิดเรื่องที่จะไม่ลงเล่นด้วย ภาพและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันส่งผลมากเลยละ ผมนอนไม่ค่อยจะหลับ ผมต้องกระโดดข้ามอุปสรรคทางใจเพื่อที่จะทำแบบนี้”

นักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ นั่งดูการแข่งขันระหว่างเดนมาร์กและฟินแลนด์ร่วมกัน โดย บลินด์ เล่าต่อว่า

“เราอยู่กับหลายคนที่เคยเขอประสบการณ์ของ อับเดลฮัก นูรี [ที่ล้มในสนามสมัยลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับอาแย็กซ์ และสมองได้รับความเสียหายแบบถาวร] แล้วก็มีคนที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของ คริสเตียน อยู่ด้วย

“มันส่งผลกระทบมากเหลือเกิน สำหรับผมมันคือการจำได้ขึ้นใจและมันก็ทำให้ผมรู้สึกเครียด เช่นเดียวกับครอวครัวของผม ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และภรรยา

“ตอนนี้อย่าไปรบกวนเขา อย่าไปคาดเดาอนาคตของเขา ให้เวลาและให้พื้นที่เขาได้พักรักษาตัว ถ้ามันไปได้ไม่ดี มันจะยิ่งเป็นเรื่องหลอกหลอนอยู่ในหัวของคุณมากขึ้นไปอีก

“ตอนนี้เขาทำแม้กระทั่งการกระตุ้นให้เพื่อนร่วมทีมออกไปลงเล่น นั่นคือเหตุผลที่ผมตัดสินใจออกไปลงเล่นด้วย อีกอย่างเป็นเพราะคุณหมอบอกว่าอาการของผมปลอดภัยด้วย”

อัพเดตข่าวสารฟุตบอลใหม่ๆ :: อัพเดตข่าวใหม่

ขอบคุณข้อมูลจาก :: Soccersuck

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *