ริคาร์โด้ กาก้า เทพบุตรลูกหนังแห่งวงการฟุตบอล

ริคาร์โด้ กาก้า เทพบุตรลูกหนังแห่งวงการฟุตบอล

ริคาร์โด้ กาก้า

ริคาร์โด้ กาก้า เทพบุตรลูกหนังแห่งวงการฟุตบอล หรือที่รู้จักกันในชื่อสั้นๆว่า กาก้า เกิด มื่อวันที่ 22เมษายน ปี 1982ในกรุง บราซิเลีย ประเทศ บราซิล ที่มาของชื่อ กาก้า นั้นเป็นสำเนียงแบบ โปรตุเกส  เมื่อ กาก้าอายุได้ 18ปี เขาประสบอุบัติเหตุ และมีอาการกระดูกสันหลังร้าว จนทำให้เกือบเป็นอัมพาต แต่หลังจากนั้น1ปี กาก้า ก็ฟิตเต็มที่และกลับมาลงสนามไล่ลาหาความฝันได้อีกครั้ง

ริคาร์โด้
กาก้าเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพกับเซาเปาโลทีมในบ้านเกิด

เขาเปิดตัวนักแรกกับ เซา เปาโล เมื่อปี 2001  ตอนอายุ 18 ปี ทำได้ถึง 12 ประตูจาก 27 นัด และยังร้อนแรงต่อเนื่องหลังทำไป 10 ประตู จาก 22 เกมในซีซั่นถัดมา ทว่าน้อยคนนักจะรู้ว่าก่อนที่เขาจะเดบิวท์กับเซา เปาโลนั้น เขาเกือบต้องย้ายไปเล่นในตุรกี กับทีม กาซิอันเทปเปอร์ แต่กลับเป็นฝ่ายทีมจากตุรกีเองที่มองว่าจำนวนเงิน 1.5 ล้านยูโรในตอนนั้นมากเกินไปสำหรับเขา

ด้วยฟอร์มการเล่นที่ฉายแววเด่นเกินวัย ทำให้ทีมจากยุโรปส่งแมวมองมาด้อมๆมองๆกาก้าเป็นประจำตลอดเวลาที่อยู่กับเซา เปาโล แต่ทว่ากลับกลายเป็น เอซี มิลาน ที่ยอมทุ่มเงินกว่า 8.5ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 340ล้านบาท) กระชากตัวมาสู่ เอซี มิลานเมื่อปี 2003 โดยประธานสโมสรเอซีมิลาน ในขณะนั้น อย่าง ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ บรรยายถึงนักเตะรายนี้ว่า “เขาเล่นฟุตบอลเหมือนมีตาหลัง”

ริคาร์โด้ กาก้า เทพบุตรลูกหนังแห่งวงการฟุตบอล
กาก้าเปิดตัวกับ ปีศาจแดงดำ หลังจากย้ายจาก เซา เปาโล

ใช้เวลาไม่นาน กาก้า ด้วยความสามารถที่เปี่ยมล้น บวกกับ พรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นและพัฒนาตนเอง กาก้าพาตัวเองเข้ามาอยู่ในทีมชุดใหญ่ได้ในที่สุด และได้รับโอกาสลงเล่นเยอะพอสมควร ซึ่งจบฤดูกาลแรกของเขากับ เอซี มิลาน เขายิงไป 10ประตูจาก 30เกมที่ลงเล่นในซีซั่นนั้น ซึ่งต้นสังกัดก็คว้าสคูเด็ดโต้ และ ถ้วย ยูโรเปี้ยน ซุปเปอร์ คัพได้ด้วย

ริคาร์โด้
ก้าวมาเป็นกำลังสำคัญในทันที และสามารถคว้าสคูเด็ดโต้ และ ถ้วย ยูโรเปี้ยน ซุปเปอร์ คัพอีกด้วย

ในฤดูกาล 2004-2005 กาก้าได้รับโอกาสลงเล่นในตำแหน่งหน้าต่ำบ่อยขึ้น เนื่องจากผลงานของเขานั้นเข้าขากับ อังเดร เชฟเชนโก้ ดาวยิงประจำทีม ได้ดีเหลือเกิน เขาจบฤดูกาลด้วยการได้ อิตาเลียน ซุปเปอร์ คัพ แต่ทว่าในลีกกลับเป็น ยูเวนตุส ที่คว้าแชมป์ไปครอง

และที่ช้ำชอกไม่ลืมคือการพลาดคว้าแชมป์ที่อิสตันบลู หลังขึ้นนำถึง 3-0 ในช่วงครึ่งก่อน ก่อนพลิกพ่ายให้กลับ ลูกทีมของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่ฮึดกลับมาตีเสมอและชนะในการดวลจุดโทษไปในที่สุด

แม้จะจบฤดูกาลที่สองด้วยคว่ำช้ำชอกและผิดหวัง แต่ผลงานส่วนตัวของเขาก็ถือว่าหาตัวจับได้ยาก ทำให้ชื่อเสียงของเขาเริ่มเป็นที่โด่งดังยิ่งขึ้นไปอีก

ริคาร์โด้ กาก้า เทพบุตรลูกหนังแห่งวงการฟุตบอล
กาก้าถึงกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองในค่ำคืนที่ อิสตันบลู

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั้นจริงๆ ด้วยขุมกำลังในแดนกลางของ เอซี มิลาน ในขณะนั้นประกอบไปด้วย เจนนาโร่ กัตตูโซ่, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, อังเดรีย ปีร์โล่ และมัสซิโม่ อัมโบรซินี่ ทำให้เขามีอิสระเต็มที่ในการลากเลื้อย ทำเกมบุกไม่ต้องสนใจข้างหลัง

ทำให้ในปี 2006-07  กาก้า ในวัย 24 ปี ช่วยให้ เอซี มิลาน ล้างแค้นต่อ ลิเวอร์พูล ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เอเธนส์ ถึงแม้เขาจะทำประตูไม่ได้ในเกมรอบชิง แต่ในรอบรองชนะเลิศ แต่ทว่าไฮไลท์สำคัญคือเกมส์รอบรองก่อนหน้าเข้าชิง ที่โชว์ให้ทั่วโลก

โดยเฉพาะแฟน ปีศาจแดง แห่งเกาะอังกฤษเห็นว่า เขามีทั้งความเร็ว, ความว่องไว และ จิตใจที่แข็งแกร่ง และเป็นกุญแจสำคัญในการคว่ำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงอย่างราบคาดก่อนเอาแก้แค้นลิเวอร์พูลในชัดชิงได้สำเร็จ

ริคาร์โด้ กาก้า เทพบุตรลูกหนังแห่งวงการฟุตบอล
กาก้า ลบความผิดหวังในปีก่อนหน้า พาทีมคว้าถ้วยหูโตได้สำเร็จ

ด้วยผลงานร้อนแรงของเขาในบอลยุโรป และ บอลลีค ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในโลกในตอนนั้น และการคว้าบัลลงดอร์ ก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว

ริคาร์โด้ กาก้า เทพบุตรลูกหนังแห่งวงการฟุตบอล
กาก้า ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้า บัลลง ดอร์ มาประดับบารมี

กาก้ากับการเสียสละเพื่อสโมสรที่เขารัก

หลังจากมีช่วงเวลาที่ดีแล้ว ย่อมมีช่วงเวลาที่ลำบากใจเป็นเรื่องปกติของวงการฟุตบอล เมื่อหลังจากนั้น กาก้า ได้รับบาดเจ็บหนัก ต้องพักรักษาตัวนานกว่าปีครึ่ง ทำให้ เอซี มิลานเอง ก็ผลงานลุ่มๆดอนๆ และมาประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้เจ้าของใหม่ คือ อาบูดาบี กรุ๊ป เข้ามาเทคโอเวอร์ และหมายจะคว้ากาก้าไปร่วมทีม โดย แบร์ลุสโคนี่ เอง ก็สารภาพว่าได้รับข้อเสนอมูลค่า 100 ล้านปอนด์ เพื่อแลกกับ กาก้า และดูเหมือน เขากำลังจะมุ่งหน้าไปสู่พรีเมียร์ลีก ในเวลา 3 วันนับจากนั้น

คดีกลับพลิกในช่วงวันสุดท้าย เมื่อกาก้า ตัดสินใจเปิดหน้าต่างที่อพาร์ตเมนต์ของเขาออก แล้วชูเสื้อมิลานต่อหน้าแฟนๆ ที่มารวมตัวกันเพื่อขอให้เขาอย่าไป เรียกได้ว่า ช็อตนี้ เป็น ทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์ในวงการฟุตบอลเลยทีเดียว

Manchester City stunned after Kaka move collapses | Kaká | The Guardian
หักอกแฟนแมนซิตี้ และเลือกที่จะจงรักภักดีต่อแฟน เอซี มิลาน เหมือนอย่างเคย

อย่างไรก็ตาม สถานะการเงินของ มิลาน เองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเดิม จนในที่สุด กาก้าจำต้องเสียสละย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 56 ล้านปอนด์ เพื่อช่วยให้มิลาน ไม่ประสบปัญหาหนักไปกว่านี้ และ ด้วยจำนวนเงินที่ เรอัล มาดริด จ่ายให้ มิลานนั้น ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง กระทั่ง เรอัล มาดริด ไปกระชาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ในซัมเมอร์เดียวกัน

ริคาร์โด้ กาก้า เทพบุตรลูกหนังแห่งวงการฟุตบอล
ตัดใจสินย้ายไปอยู่กับ ราชัน ชุดขาว สวมเสื้อหมายเลข 8

ช่วงเวลาของเขาที่สเปนไม่ดีนัก เขาไม่เคยได้รับโอกาสต่อเนื่อง บวกกับ อาการบาดเจ็บรุมเร้าไม่ขาดสาย ทำให้กาก้า ย้ายกกลับไปที่ มิลาน อีกครั้ง ในปี 2013 หลังจากย้ายมาในปี 2009 จากนั้นไม่นาน กาก้า ปิดฉากอาชีพการค้าแข้งกับ ออร์ลันโด้ ซิตี้ เอฟซี ในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (และมีช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาถูกปล่อยตัวกลับไปที่ เซา เปาโล โดยสัญญายืมตัว) เขาตัดสินใจแขวนสตั๊ดในเดือนธันวาคมปี 2017

Kaka: "AC Milan is my home, I want to return" | AC Milan News
กลับมาเล่นให้กับสโมสรที่เขารักมากที่สุด ก่อนตัดสินใจแขวนสตั๊ดในเวลาต่อมา

ขอบคุณข้อมูลจาก :: Truetalk

ขอบคุณภาพสวยๆจาก ::  Google

อ่านคอลัมน์เพิ่มเติม :: ดูบอลรวย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *