เธียร์รี่ อองรี ชายผู้ไม่เคยหยุดวิ่งตามความสำเร็จ

เธียร์รี่ อองรี ชายผู้ไม่เคยหยุดวิ่งตามความสำเร็จ

เธียร์รี่ อองรี

เธียร์รี่ อองรี เกิดและเติบโตที่ แถบชานเมืองกรุงปารีส พอเขาอายุ 7 ปี อองรีก็ฉายแววความเป็นนักฟุตบอลฝีเท้าเยี่ยม จนทำให้ถูกดึงตัวไปร่วมทีมฟุตบอลท้องถิ่นที่ชื่อว่า Les Ulis ก่อนที่ในปี 1989 เขาจะย้ายไปร่วมทีม US Palaiseau และ  Viry-Châtillon เป็นเวลา 2 ปี

อองรี่สมัยเป็นนักเตะเยาวชน

เขาเริ่มเข้าสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างจริงจัง ด้วยการเป็นนักเรียนที่โรงเรียนที่ว่ากันว่าผลิตนักฟุตบอลชั้นดีให้กับนักฟุตบอลฝรั่งเศสมากมายที่ชื่อว่า แกร์ฟ็องแตง และได้มีโอกาสลงเล่นให้ทีมเยาวชนของโมนาโก เป็นเวลา 4ปี

ก่อนได้รับสัญญาอาชีพครั้งแรกกับโมนาโก ทีมดังของฝรั่งที่หยิบยื่นโอกาสให้เมื่อครั้งยังเล่นอยู่ทีมเยาวชนนั้น ซึ่ง กุนซือ ที่ให้โอกาส อองรี ประเดิมสนามก็คือ อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานผู้จัดการทีมของอาเซน่อล ที่ขณะนั้นเริ่มต้นด้วยการคุมโมนาโกนั้นเอง อองรี่รับบทบาทปีกซ้ายให้กับทีมในฤดูกาลแรก ยิงไป 3 ประตูจากการลงเล่น 18 นัด

อองรีสมัยเริ่มเป็นนักเตะกับโมนาโก

เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งฝรั่งเศสยอดเยี่ยมแห่งปี และในฤดูกาล 1996-1997  อองรีก็โชว์ฟอร์มสมราคานักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยม เพราะเขาเป็นส่วนนึงของทีมและกำลังสำคัญที่พา โมนาโก คว้าแชมป์ลีกมาครองได้สำเร็จ ยังไม่หมดแค่นั้น อองรียังฝากผลงานทำสถิติเป็นนักฟุตบอลฝรั่งเศสที่ยิงได้มากที่สุดในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำไป 7 ประตู

แต่ทว่าทีมของเขากับไปได้แค่ถึงรอบรองชนะเลิศเท่านั้น ด้วยฟอร์มที่เตะตาและความสามารถที่เริ่มฉายแววทำให้อองรีถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่และมีส่วนร่วมกับทีมที่ได้แชมป์โลกปี 1998 อีกด้วย ก่อนยูเวนตุสจะมาคว้าไปร่วมทีมในปี 1999 ด้วยค่าตัว เป็นจำนวน 10.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 693 ล้านบาท) แต่ทว่าอองรี โชว์ฟอร์มไม่ค่อยออก และทำได้ 3 ประตู เท่านั้น จากการลงสนามเป็นตัวจริง 16 นัด

อองรีกับชีวิตที่ยูเวนตุสที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวัง

และก็เป็น อาร์แซน เวนเกอร์ เจ้านายเก่าสมัยอยู่ที่โมนาโก ที่หยิบยื่นโอกาสให้กับอองรีอีกครั้ง ด้วยเม็ดเงิน 10.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 693 ล้านบาท) กระชากตัว อองรี มาสู่ทีม “ปืนใหญ่” ในเดือนสิงหาคม ปี 1999 ที่อาร์เซน่อล เขาได้เล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าแม้จะออกสตาร์ทแบบเรียบง่าย แต่ที่สุดแล้วอองรียิงไปได้ถึง 26 ประตู รวมทุกรายการที่ลงเล่น พาทีมจบอันดับที่ 2 และ รองแชมป์ ยูฟ่าคัพ ที่พ่ายให้กับ กาลาตาซาราย ในรอบชิงชนะเลิศ

อองรี
อารืแซน เวนเกอร์ กลับมาร่วมงานกับอองรี่อีกครั้ง

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว อองรีใช้เวลาสองปีกับอาร์เซน่อลก่อนจะสบความสำเร็จคว้าแชมป์แรกกับทีม  โดยเขาเป็นกำลังหลักของทีมทำไปได้ 32 ประตูในทุกรายการ พาทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพ และ แชมป์พรีเมียร์ชิพ อีกทั้งยังคว้ารางวัล ดาวซัลโวสูงสุดของลีคได้ด้วยในขณะนั้น โดยที่สำคัญกว่าอื่นใดนั้นนี้ถือเป็นดับเบิ้ลแชมป์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรอาร์เซน่อล

อองรี กับแชมป์พรีเมียร์ชิพสมัยแรกของเขา

แม้ว่าในปี 2002-2003 จะเสียแชมป์ลีกให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ อองรี ก็ยังได้แชมป์เอฟเอ คัพ เป็นรางวัลปลอบใจ แต่ทว่ากับผลงานส่วนตัว เขาก็ทำประตูไปถึง 42 ลูก จากทุกรายการที่ลงแข่งขัน ส่งผลให้ในที่สุด อองรี ก็คว้าแชมป์นักฟุตบอลอาชีพยอดเยี่ยมแห่งปีของ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) และ นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี จากสมาคมนักข่าวกีฬา มาครองได้สำเร็จ รวมถึงรองแชมป์รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกประจำปี 2003 อีกด้วย

คว้าดาวซัลโวและผู้เล่นแห่งปี จากผลงานดับเบิ้ลแชมป์ของอาเซน่อลในปีนั้น

เขาพาทีมกลับมาเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก อีกครั้งในฤดูกาล 2003-2004 และ ได้รับหน้าที่สำคัญเป็นกัปตันทีมในช่วงปี 2005 หลังจากที่ ปาทริค วิเอร่า กัปตันทีมคนเก่า ย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส อองรีไม่รอช้าและตอบแทนความไว้ใจของอาร์แซน เวนเกอร์ ที่มอบปลอกแขนกัปตันให้กับเขา ด้วยกันทำลายสถิติ 185 ประตู ของ เอียน ไรท์ ลงในซีซั่นนี้ได้ในทันที

แม้ในปีนี้ อาร์เซน่อล อาจจะทำผลงานในพรีเมียร์ลีก ได้ไม่ดีอย่างที่เคยเป็น โดยได้เพียงอันดับ 4 แต่ อองรี ก็สามารถพาทีม “ปืนใหญ่” เข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสร  ก่อนจะแพ้ให้กับ บาร์เซโลน่า ไปอย่างน่าเสียดาย

Henry
ปีที่มีทั้งเรื่องดีและไม่ดีสำหรับกัปตันอองรี

อองรีต่อสัญญากับอาร์เซน่อลออกไปอีก 4 ปี ท่ามกลางข่าวลือหนาหูว่า บาร์เซโลน่า ทุ่มเงินกว่า 50 ล้านปอนด์ (3,300 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อตัวเขา แต่เขาก็ปฏิเสธข้อเสนอที่จะทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกในขณะนั้นไป อองรีเจอปัญหาบาดเจ็บรบกวนตลอดทั้งซีซัน ลงเล่นได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควรทำให้เขาหายหน้าหายตาไปค่อนข้างบ่อยในซีซั่นนี้ ทำให้เขาทำได้แค่ 10 ลูก จากการลงเล่น 17 นัดในเกมลีก

อองรีตัดสินใจอำลา อาร์เซน่อล เพื่อความสำเร็จในฐานะนักเตะอาชีพ

เขาย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า ในวันที่ 25 มิถุนายน ปี 2007 ในราคา 24 ล้านยูโร (ราว 1,272 ล้านบาท) ด้วยสัญญาค้าแข้งระยะเวลา 4 ปี พร้อมรับค่าเหนื่อยกว่า 6.8 ล้านยูโร (ประมาณ 360.4 ล้านบาท) ต่อปี

ย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า ในราคา 24 ล้านยูโร ด้วยสัญญา 4 ปี

ที่บาร์เซโลน่า ในปีแรก อองรีถูกจับให้ไปเล่นเป็นตำแหน่งปีกเกือบทั้งตลอดซีซั่น แต่ก็ยังสามารถทำได้ถึง 19 ประตูในทุกรายการ แต่ซีซั่นแรกจบลงแบบมือเปล่า ส่งผลให้ผู้จัดการทีมที่คว้าตัวเขามาอย่าง แฟรงค์ ไรจ์การ์ด ถูกปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไรจ์การ์ด พาทีมมือเปล่ามาสองปีแล้ว

จึงเป็นนำมาสู่จุดเริ่มต้นเป็นโค้ชครั้งแรกของ โจเซป กวาดิโอลาร์ อดีตเด็กปั้นของสโมสร ที่อาจจะทุลักทุเลในช่วงแรก แต่หลังจากปรับจูนและเข้าใจกับนักเตะแล้ว บาร์เซโลน่าไร้เทียมทานเอามากๆ ด้วยกันจบฤดูกาลด้วยผลงาน 87 คะแนน จาก 38 นัดในลีก ส่งผลให้คว้าแชมป์ตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาลเลยทีเดียว แถมยังเป็นการคว้าทริปเปิ้ล แชมป์ได้ในทันที เพราะพ่วงด้วยแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกและแชมป์โคปปาเดลเรย์ อีกด้วย

อองรีถ่ายรูปกับ ทริปเปิ้ลแชมป์ ของเขาในวัย 30ปี

ต่อมาการแจ้งเกิดของ เปโดร ทำให้อองรีต้องเก็บข้าวของย้ายไปเล่นให้กับ สโมสรนิวยอร์ก เรดบูลส์ ในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ ในฤดูกาล 2010 อองรีมีโอกาสได้กลับไปเล่นให้กับ อาร์เซน่อล อีกครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ 2 เดือน แล้วกลับมาเล่นใน นิวยอร์ก เรดบูลส์ อีกครั้งก่อนหมดสัญญาไปในปี 2014  ก่อนประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 37ปี  และจะเข้าร่วมงานกับสกายสปอร์ต สำนักข่าวชื่อดังในประเทศอังกฤษ ในฐานะนักวิเคราะห์เกมลูกหนัง ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นไป

อองรี
อองรีกับบทบาทใหม่ที่ Sky Sports

ขอบคุณข้อมูลจาก :: Talk.mthai

ขอบคุณภาพสวยๆจาก :: Sky sport and Google

อ่านคอลัมน์เพิ่มเติม :: ดูบอลรวย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *